ผัก 5 ชนิด ที่ผู้ป่วยโรคไต โรคเก๊าท์ ไม่ควรกินเด็ดขาด

หน่อไม้

ผัก 5 ชนิด ที่ผู้ป่วยโรคไต โรคเก๊าท์ ไม่ควรกินเด็ดขาด 01

หน่อไม้มีปริมาณกรดออกซาลิกสูงมาก กรดออกซาลิกเป็นสารประกอบที่พบได้ในพืชหลายชนิด มีคุณสมบัติจับกับแคลเซียมในร่างกาย ทำให้เกิดผลึกที่เรียกว่า “แคลเซียมออกซาเลต” ซึ่งอาจตกตะกอนเป็นนิ่วในไตได้

ปริมาณกรดออกซาลิกในหน่อไม้ อยู่ที่ประมาณ 600 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ปริมาณกรดออกซาลิกที่ควรได้รับต่อวันสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 400 มิลลิกรัม ดังนั้น การรับประทานหน่อไม้เพียง 100 กรัม เท่ากับได้รับกรดออกซาลิกเกินกว่าปริมาณที่ควรได้รับต่อวันแล้ว

นอกจากนี้ หน่อไม้ยังมีปริมาณโพแทสเซียมสูงอีกด้วย โพแทสเซียมเป็นเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ผู้ป่วยโรคไตมีความเสี่ยงต่อการได้รับโพแทสเซียมสูง การรับประทานหน่อไม้อาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้การทำงานของไตแย่ลงได้

ผักโขม

ผัก 5 ชนิด ที่ผู้ป่วยโรคไต โรคเก๊าท์ ไม่ควรกินเด็ดขาด 02

ผักโขมเป็นผักที่มีสารอาหารสูง โดยเฉพาะวิตามินเอ วิตามินเค และธาตุเหล็ก แต่ผักโขมมีปริมาณกรดออกซาลิกสูงเช่นกัน และยังมีปริมาณโพแทสเซียมสูงอีกด้วย

ปริมาณกรดออกซาลิกในผักโขม อยู่ที่ประมาณ 150 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ปริมาณกรดออกซาลิกที่ควรได้รับต่อวันสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 400 มิลลิกรัม ดังนั้น การรับประทานผักโขมเพียง 267 กรัม เท่ากับได้รับกรดออกซาลิกเกินกว่าปริมาณที่ควรได้รับต่อวันแล้ว

นอกจากนี้ ผักโขมยังมีปริมาณโพแทสเซียมสูงอีกด้วย โพแทสเซียมเป็นเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ผู้ป่วยโรคไตมีความเสี่ยงต่อการได้รับโพแทสเซียมสูง การรับประทานผักโขมอาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้การทำงานของไตแย่ลงได้

กระถิน

กระถินเป็นผักที่มีรสชาติดี นิยมรับประทานเป็นผักเคียงหรือประกอบอาหารต่างๆ แต่กระถินมีปริมาณสารพิวรีนสูง สารพิวรีนเป็นสารประกอบที่ร่างกายย่อยสลายเป็นกรดยูริค กรดยูริคเป็นสารที่พบได้ในเลือดอยู่แล้ว แต่หากระดับกรดยูริคในเลือดสูงอาจทำให้เกิดอาการข้ออักเสบจากโรคเก๊าท์

ปริมาณสารพิวรีนในกระถิน อยู่ที่ประมาณ 150 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ปริมาณสารพิวรีนที่ควรได้รับต่อวันสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 400 มิลลิกรัม ดังนั้น การรับประทานกระถินเพียง 267 กรัม เท่ากับได้รับสารพิวรีนเกินกว่าปริมาณที่ควรได้รับต่อวันแล้ว

ชะอม

ชะอมเป็นผักที่มีรสชาติเผ็ดร้อน นิยมรับประทานเป็นผักจิ้มหรือประกอบอาหารต่างๆ ชะอมมีปริมาณสารพิวรีนสูงเช่นกัน และยังมีปริมาณกรดออกซาลิกสูงอีกด้วย

ปริมาณสารพิวรีนในชะอม อยู่ที่ประมาณ 200 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ปริมาณสารพิวรีนที่ควรได้รับต่อวันสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 400 มิลลิกรัม ดังนั้น การรับประทานชะอมเพียง 200 กรัม เท่ากับได้รับสารพิวรีนเกินกว่าปริมาณที่ควรได้รับต่อวันแล้ว

นอกจากนี้ กรดออกซาลิกในชะอมอาจจับกับแคลเซียมในร่างกาย ทำให้เกิดผลึกที่เรียกว่า “แคลเซียมออกซาเลต” ซึ่งอาจตกตะกอนเป็นนิ่วในไตได้เช่นกัน

ผักบุ้งจีน

ผัก 5 ชนิด ที่ผู้ป่วยโรคไต โรคเก๊าท์ ไม่ควรกินเด็ดขาด 03

ผักบุ้งจีนเป็นผักที่มีปริมาณกรดออกซาลิกสูงเช่นกัน การรับประทานผักบุ้งจีนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในไต

ปริมาณกรดออกซาลิกในผักบุ้งจีน อยู่ที่ประมาณ 100 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ปริมาณกรดออกซาลิกที่ควรได้รับต่อวันสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 400 มิลลิกรัม ดังนั้น การรับประทานผักบุ้งจีนเพียง 400 กรัม เท่ากับได้รับกรดออกซาลิกเกินกว่าปริมาณที่ควรได้รับต่อวันแล้ว

นอกจากผัก 5 ชนิดที่กล่าวมาแล้ว ผู้ป่วยโรคไตและโรคเก๊าท์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักอื่นๆ ที่มีปริมาณกรดออกซาลิกหรือสารพิวรีนสูงด้วย เช่น

  • คะน้า
  • ผักกาดขาวปลี
  • ผักปวยเล้ง
  • สะตอ
  • ถั่วฝักยาว
  • ดอกกะหล่ำ
  • บรอกโคลี
  • ถั่วเหลือง
  • ถั่วแดง
  • ถั่วดำ

ผู้ป่วยโรคไตและโรคเก๊าท์ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อขอคำแนะนำ

Articles You Might Like

Share This Article

Get Your Weekly Sport Dose

Subscribe to TheWhistle and recieve notifications on new sports posts