ปวดหัว แบบไหนต้องรีบไปหาหมอ? เช็คอาการก่อนกลายเป็นเรื่องใหญ่


ปวดหัวเป็นอาการที่พบได้บ่อยและสามารถเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ส่วนใหญ่แล้วปวดหัวไม่รุนแรงและสามารถรักษาได้เองที่บ้าน แต่ก็มีบางกรณีที่ปวดหัวอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่รุนแรง ดังนั้นจึงควรไปพบแพทย์หากมีอาการปวดหัวดังต่อไปนี้

  • ปวดหัวอย่างฉับพลันรุนแรง ปวดหัวที่เริ่มขึ้นอย่างกะทันหันและรุนแรงมากจนทำให้สะดุ้งตื่นจากนอนหลับหรือไม่สามารถทำงานหรือทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ
  • ปวดหัวที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปวดหัวที่มีลักษณะแตกต่างจากที่เคยเป็นมาก่อน เช่น ปวดหัวข้างเดียว ปวดหัวร้าวลงคอหรือไหล่ ปวดหัวมากขึ้นเมื่อไอ จาม หรือออกแรง
  • ปวดหัวที่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มองเห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด อ่อนแรงหรือชาตามร่างกาย
  • ปวดหัวที่มีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปวดหัวที่เริ่มปวดน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
  • ปวดหัวที่พบบ่อยขึ้น ปวดหัวที่เริ่มปวดบ่อยขึ้น เช่น ปวดหัวทุกวันหรือหลาย ๆ วันต่อสัปดาห์

อาการปวดหัวเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคหลอดเลือดสมองแตก ความดันในกะโหลกศีรษะสูง โรคเนื้องอกในสมอง หรือการติดเชื้อในสมอง ดังนั้นจึงควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

นอกจากอาการปวดหัวที่กล่าวมาแล้ว ยังมีปัจจัยบางประการที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปวดหัว เช่น เครียด นอนหลับไม่เพียงพอ ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ดื่มคาเฟอีนมากเกินไป รับประทานอาหารบางชนิด เช่น ช็อกโกแลต ชีส หรือไวน์แดง การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาคุมกำเนิด

หากมีอาการปวดหัวบ่อย ๆ หรือปวดหัวรุนแรง ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจทำให้เกิดปวดหัว เช่น นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และคาเฟอีน หากอาการปวดหัวไม่ดีขึ้นหรือมีอาการปวดหัวที่รุนแรง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

Articles You Might Like

Share This Article

Get Your Weekly Sport Dose

Subscribe to TheWhistle and recieve notifications on new sports posts