ญุี่ปุ่นพบผู้ป่วย “โรคเอ็มพ็อกซ์” เสียชีวิตรายแรก

ญุี่ปุ่นพบผู้ป่วย โรคเอ็มพ็อกซ์ เสียชีวิตรายแรก 02

กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นประกาศเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566 ว่าพบผู้ป่วยโรคเอ็มพ็อกซ์ (monkeypox) เสียชีวิตรายแรกของประเทศ โดยผู้เสียชีวิตเป็นชายวัย 40 ปี มีประวัติเดินทางกลับจากยุโรปเมื่อไม่นานมานี้

โรคเอ็มพ็อกซ์เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอ็มพ็อกซ์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโรคฝีดาษ อาการของโรคมักเริ่มด้วยไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง อ่อนเพลีย และหนาวสั่น หลังจากนั้น 1-3 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีผื่นขึ้นตามร่างกาย ส่วนใหญ่มักขึ้นที่ใบหน้า ลำตัว และขา

โรคเอ็มพ็อกซ์สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย สัมผัสกับแผลพุพองจากผู้ป่วย หรือสัมผัสกับวัตถุที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย

ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคเอ็มพ็อกซ์โดยเฉพาะ แต่วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษสามารถลดความรุนแรงของโรคได้

กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นได้เร่งตรวจสอบและติดตามผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

ผู้ป่วยโรคเอ็มพ็อกซ์รายแรกในญี่ปุ่นเสียชีวิตด้วยสาเหตุดังนี้

  • ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวหลายโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
  • ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต่ำ เนื่องจากได้รับยากดภูมิคุ้มกันเพื่อรักษาโรคประจำตัว
  • ผู้ป่วยมีการติดเชื้อโรคเอ็มพ็อกซ์ที่รุนแรง

ผู้ป่วยรายนี้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 ด้วยอาการไข้ ปวดศีรษะ และผื่นขึ้นตามร่างกาย แพทย์วินิจฉัยว่าติดเชื้อโรคเอ็มพ็อกซ์ และเริ่มให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสและยาต้านจุลชีพ อาการของผู้ป่วยเริ่มดีขึ้นชั่วคราว แต่หลังจากนั้นอาการของผู้ป่วยกลับแย่ลง ผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบาก และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566

กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นได้เร่งตรวจสอบและติดตามผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยพบว่ามีผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายนี้จำนวน 10 คน ซึ่งทั้งหมดได้รับการติดตามและตรวจหาเชื้อโรคเอ็มพ็อกซ์แล้ว พบว่ามีผู้สัมผัสใกล้ชิด 2 คน ติดเชื้อโรคเอ็มพ็อกซ์ แต่อาการไม่รุนแรง และได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว

การเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเอ็มพ็อกซ์รายแรกในญี่ปุ่นถือเป็นสัญญาณเตือนว่าโรคเอ็มพ็อกซ์สามารถเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือมีภูมิคุ้มกันต่ำได้ กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นจึงขอความร่วมมือประชาชนให้ระมัดระวังและป้องกันตนเองจากโรคเอ็มพ็อกซ์ โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ผู้ที่มีอาการไข้ ปวดศีรษะ และผื่นขึ้นตามร่างกาย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นยังเร่งจัดหาวัคซีนป้องกันโรคเอ็มพ็อกซ์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาดของโรคเอ็มพ็อกซ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

Articles You Might Like

Share This Article

Get Your Weekly Sport Dose

Subscribe to TheWhistle and recieve notifications on new sports posts